นานาสาระ 

ขายอะไรดี มีคำตอบที่นี่กับ สินค้ามาแรงขายดี 2017

ขายอะไรดี มีคำตอบที่นี่กับ สินค้ามาแรงขายดี 2017

คำถามนี้มักเป็นคำถามแรกๆ ไม่ว่าท่านผู้อ่านจะเริ่มทำอาชีพเสริม หรือทำธุรกิจต่างๆ เพราะเมื่อเราจะเริ่มต้นหารายได้นั้น ก็ต้องมีสินค้าหรือบริการมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าในตลาดนั่นเอง ดังนั้นคำถามว่าขายอะไรดีนั้นจึงนับเป็นคำถามที่สำคัญมาก และผลลัพธ์การตัดสินใจเรียกได้ว่าเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เทรนด์สินค้านั้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้คำถามนี้ยากที่จะมีคำตอบตายตัว ดังนั้น SME Frog จึงพยายามอัพเดทบทความนี้ให้มีเนื้อหาที่สดใหม่ที่สุดบ่อยครั้งเท่าที่จะทำได้ โดยจะประกอบไปด้วยกลุ่มสินค้าน่าสนใจต่างๆ และรวมไปถึงหลักการเลือกสินค้ามาขาย ในกรณีที่ผ็อ่านต้องการคัดเลือกสินค้าเพิ่มเติม

 

ขายอะไรดี? – ทำความรู้จักกับชนิดสินค้าก่อน

ก่อนที่เราจะทราบว่าจะขายสินค้าอะไรดีนั้น ผู้อ่านควรจะทราบคร่าวๆก่อนว่า สินค้าที่จะนำมาขายนั้นแบ่งคร่าวๆ ออกเป็นชนิดใดบ้าง แตกต่างกันอย่างไร โดยอาจแบ่งคร่าวๆดังนี้

  • สินค้าตามกระแส – เป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมชั่วครู่ชั่วคราว มักมีคนแย่งกันขายมาก และกระแสมาเร็วไปเร็ว เช่น ตุ๊กตา Furby หรือ ครีมมะหาด
  • สินค้าอุปโภค บริโภค – เป็นกลุ่มสินค้าที่ใช้แล้วหมดไป เช่นอาหาร เครื่องสำอางค์ ของใช้สัตว์เลี้ยง แม้จะกำไรต่อหน่วยไม่มาก แต่มีโอกาสซื้อซ้ำสูง เน้นการสร้างฐานลูกค้าประจำ
  • สินค้าของใช้ทั่วไป – เสื้อผ้า อุปกรณ์ออกกำลังกาย อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สินค้ากลุ่มนี้สามารถขายได้เรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับการสร้างแบรนด์และการทำการตลาด

ทั้งนี้การจะเลือกชนิดของสินค้ามาขาย ก็มักขึ้นอยู่กับความสนใจและความถนัดของผู้อ่าน เทรนด์และกระแสสังคม รวมไปถึงโอกาสและต้นทุนทางธุรกิจส่วนบุคคล

อย่างไรก็ตามวันนี้ SME Frog รู้ใจผู้อ่านทุกท่าน โดยมาพร้อมกับข้อมูลที่จะมาตอบโจทย์ว่าเราจะขายอะไรดี? โดยสินค้าทั้งหมดที่เราเลือกมาเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความน่าสนใจ และพิจารณาแล้วว่ามีโอกาสเติบโตที่ดี เหมาะจะนำมาทำตลาดในปี 2017 เป็นอย่างยิ่ง ไปดูกันเลยครับ

 

1.  เสื้อผ้าฟิตเนส และอุปกรณ์ออกกำลังกาย


ในปี 2017 นั้นเทรนด์สุขภาพและการออกกำลังกายก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลาดมีการขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้คนหันมาสนใจรักษาสุขภาพกันมากขึ้น ส่งผลให้สินค้ากลุ่มนี้ขายดีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สินค้าในกลุ่มนี้หากเจาะลึกแล้วแบ่งได้หลายหมวด โดยอาจจะเป็นเครื่องออกกำลังกายที่ราคาไม่สูงเกิน สามารถใช้งานได้ที่บ้าน หรือจะเป็นอุปกรณ์เสริม รวมไปถึงเสื้อผ้าสำหรับการออกกำลังก็ขายดีมากๆ สำหรับผู้อ่านที่ไม่รู้จะขายอะไรดี และมีความชอบในด้านการออกกำลังกาย สามารถให้ความรู้เบื้องต้นกับลูกค้าได้ การเลือกขายอุปกรณ์ออกกำลังกายต่างๆก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดี

ตัวอย่างสินค้าอุปกรณ์ออกกำลังกาย เสื้อผ้าฟิตเนสขายดี

  • ดัมเบล บาร์เบล ม้านั่งออกกำลังหาย บาร์โหน บาร์ติดประตู
  • เครื่องบริหารหน้าท้อง Six Packs เช่น Abs Wheel
  • สปอร์ตบรา เล้กกิ้ง ชุดออกกำลังต่างๆ
  • อุปกรณ์อื่นๆ เช่น ถุงมือฟิตเนส เสื่อโยคะ เข็มขัดบล็อคหลัง

2.  เก้าอี้เล่นคอมฯ สำหรับการใช้งานเป็นเวลานาน


คนรุ่นใหม่มีการใช้งานคอมพิวเตอร์ทั้งแบบตั้งโต๊ะและพกพามากขึ้น และนานขึ้น ไมว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่เทคโนโลยีเป็นสิ่งจำเป็น หรือการทำงานแบบฟรีแลนซ์ และอาชีพเสริมคนรุ่นใหม่ อย่างนักแคสท์เกม หรือการเขียนบล็อก

อาชีพเหล่านี้ล้วนแต่มีความจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานทั้งสิ้น ทำให้อาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพและการปวดเมื่อตามมานั่นเอง ทำให้สินค้ากลุ่มนี้เริ่มขายดีและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และอย่าลืมรวมไปถึงชาวเกมเมอร์ที่ยอมจ่ายเงินเป็นจำนวนมากสำหรับการเล่นเกมทั้งคืนด้วยหล่ะ!

ตัวอย่างสินค้าเก้าอี้คอมพิวเตอร์มีแนวโน้มขายดี

  • เก้าอี้เพื่อสุขภาพ Ergonomic Chair
  • เก้าอี้เล่นเกมส์ Gaming Chair

3. อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพจากธรรมชาติ

 

แม้ดูเหมือนจะมีคนขายเยอะ แต่ยังมีช่องว่างอีกมากในตลาด เพราะอาหารคลีนเป็นคำศัพท์ที่สวยหรู ทำให้มีผู้ขายหลายเจ้านำมาใช้จนมากเกินไป

แท้จริงแล้วเทรนด์อาหารสุขภาพนั้นมีรายละเอียดมากกว่าที่หลายท่านคิดครับ โดยมีตลาดยิบย่อยที่เราต้องศึกษาอีกมากมาย ดังนั้นไม่ใช่ว่าอะไรๆก็จะเป็นอาหารคลีนไปเสียหมด ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าครับ ว่าจะแบ่งตลาดอาหารคลีนยังไง หากต้องการนำมาขายในปี 2017 นี้

กลุ่มอาหารสุขภาพ อาหารคลีนขายดี 2017

  • อาหารไขมันต่ำ Calorie ต่ำ เน้นการจำกัดพลังงาน สำหรับควบคุมน้ำหนัก
  • อาหารไขมันต่ำ ต้องให้ Protein ถึง หลายเจ้าอยากขายหนุ่มๆฟิตเนส แต่ขาดความเข้าใจ ให้เนื้อสัตว์ไม่เพียงพอ จึงทำให้ขายไม่ดีอย่างที่หวัง
  • อาหารเน้นผัก สำหรับผู้ที่เน้นการกินผักผลเป็นหลักมากกว่าการออกกำลังกาย หรือสร้างกล้ามเนื้อ เช่น ซูชิผัก ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน สลัดนาๆชนิด
  • Raw Food กลุ่มนี้คืออาหารจากธรรมชาติอย่างแท้จริง คนไทยหลายคนยังไม่รู้จักดีเท่าไหร่ ตัวอย่างสินค้ากลุ่มนี้คือ เมล็ดเจีย, น้ำมันเม็ลดชา, ควินัว, แฟลกซ์ซีด หรือถั่วต่างๆ

 

4.  สินค้ามือสองนำเข้า


ในสภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้าก็ย่อมกลัวความไม่แน่นอน ทำให้มีคนไม่น้อยเริ่มหันมาประหยัดงบครัวเรือน รัดเข็มขัดกันมากขึ้น และมีการลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นโดยอาจจับจ่ายใช้สอยสินค้าฟุ่มเฟือยน้อยลง จึงเป็นช่องว่างของตลาดสินค้ามือสองนั่นเอง

สำหรับสินค้ามือสองที่ได้รับความนิยมนั้น ส่วนมากอาจจะมาจากประเทศญี่ปุ่นหรือเกาหลี เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่างๆ สินค้าแฟชั่นอย่างเสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนม ก็เริ่มเข้ามาเป็นตัวเลือกของผู้บริโภคมากขึ้น

โดยเฉพาะหากเป็นสินค้าที่อยู่ในรับประกัน หรือมีสภาพดีใกล้เคียงของใหม่ ก็สามารถทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ไม่ยาก เพราะแน่นอนว่าครั้นคนจะประหยัดก็ต้องดูราคาเป็นปัจจัยแรกๆในการซื้อ

สินค้ามีสองที่น่าขาย

  • เสื้อผ้ามือสอง (เกาหลี,ญี่ปุ่น)
  • โทรศัพท์มือถือ, Tablet
  • อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ต่างๆ (การ์ดจอ, RAM, CPU)
  • หนังสือมือสอง
  • ของเก่า ของสะสม Vintage ต่างๆ
  • ของเล่นจากญี่ปุ่น

5.  สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง

กลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น สุนัขหรือแมว โดยส่วนมากนั้นมีกำลังซื้อที่ค่อนข้างสูง โดยกลุ่มหลักอาจเป็นกลุ่มผู้ใหญ่ กลุ่มวัยเกษียน หรือวัยรุ่นยุคใหม่

โดยลูกค้ากลุ่มนี้มักมีความต้องการที่จะให้สัตว์เลี้ยงของพวกเขาได้รับสิ่งที่ดี ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า ของเล่นเสริมพัฒนาการ หรือจะเป็นสินค้าบำรุงสุขภาพ หรือเสริมความงามของขน

ตัวอย่างสินค้าในกลุ่มสัตว์เลี้ยง

  • ที่นอนสัตว์เลี้ยง (ทำเป็นแบรนด์ก็เป็นตัวเลือกที่ดี)
  • ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหนัง (น้ำมันปลาแซลมอน, อาหารเสริม)
  • คุ๊กกี้โฮมเมด (บำรุงสุขภาพ)
  • อาหารสดดิบสำหรับสุนัข-แมว (BARF)
  • คอกต่างๆ ออกแบบสวยงามสามารถดึงดูดลูกค้าได้ดี
  • เสื้อผ้าสัตว์เลี้ยง

 

6.  สินค้าสั่งทำ เลือกแบบเองได้ DIY

หากท่านไม่รู้จะขายอะไร เพราะว่ามองไปทางก็มีแต่สินค้าซ้ำๆ แถมยังขายตัดราคากันเป็นว่าเล่น พูดง่ายๆว่าแค่จะเริ่มทำก็ต้นทุนแพงกว่าราคาขายบางเจ้าเสียอีก! เพราะฉะนั้นสินค้าที่มีเอกลักษณ์อย่างสินค้า Customized หรือ DIY จึงเป็นกลุ่มสินค้าขายดีที่น่าสนใจ

หากท่านอยากขายสินค้าประเภทนี้อาจมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มลูกเล่น หรือการให้ลูกค้ามีส่วนร่วม คือสามารถออกแบบเองได้ ส่งแบบมาให้ทำพิเศษได้ สินค้าเหล่านี้มีมูลค่าทางจิตรใจมากกว่า ทำให้ไม่จำเป็นต้องแข่งขันในเรื่องราคามากเท่าสินค้าอื่นๆครับ ทำให้สามารถขายได้เรื่อยๆ แม้จะมีคู่แข่งเข้ามาทำ หากเรารักษาเอกลักษณ์ไว้ ก็จะสามารถเอาตัวรอดได้ในการแข่งขันของธุรกิจตอนนี้

ตัวอย่างสินค้าในกลุ่มนี้ที่น่าสนใจ

  • เคสโทรศัพท์มือถือออกแบบเองได้
  • เคสแบบ DIY ให้อุปกรณ์ลูกค้าไปทำเอง
  • เสื้อคู่รักๆ เปลี่ยนชื่อ ใส่ข้อความได้
  • ของขวัญแนวพิมพ์ภาพต่างๆ แก้ว จาน นาฬิกาพิมพ์ภาพ
  • งานวาดภาพล้อเลียน วาดภาพคู่รัก
  • งานดินปั้น ดินญี่ปุ่น-ไทย ปั้นเป็นที่ระลึกตามแบบ

 

7.  ทำแบรนด์เครื่องสำอางค์ / ครีม

แม้จะมีคนทำเยอะ แต่ก็ยังเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับผู้ขายที่มีความพร้อมสูง การทำแบรนด์เครื่องสำอางค์ในปัจจุบันมีต้นทุนถูกลงมากเพราะมีบริษัทรับจัดทำแบรนด์มากมายให้เราได้เลือกใช้บริการ เช่นบริการผลิตเครื่องสำอาง OEM ต่างๆ และสามารถขายทำกำไรได้หลายเท่าตัว

อย่างไรก็ตามตลาดนี้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีความเข้าใจในการทำตลาดเป็นอย่างดี เพราะตัวสินค้าบางครั้งมาจากแหล่งเดียวกัน ก็ต้องแข่งกันด้านการตลาดเป็นหลักนั่นเองครับ ผู้ขายควรมีงบและความรู้ด้านการตลาดอยู่บ้าง

ตัวอย่างสินค้าที่น่าสนใจ

  • ครีมเฉพาะส่วน เช่น ครีมหัวเข่า ครีมรักแร้ หรือครีมส้นเท้า
  • ครีมเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้ชาย หรือสำหรับผู้มีบุตร

 

8.  ขายอาหารสุขภาพในตลาดนัด

เมื่อดารา เน็ตไอดอล แทั้งหลายพากันโพสท์อาหารสุขภาพมากมายลงโซเชีลยมีเดีย แน่นอนว่าคนธรรมดาอย่างเราๆก็ อยากจะกินกับเขาบ้าง แต่จะสั่งบริการมาส่งเป็นคอร์สๆก็อาจจะมากไป ทำให้ไม่สะดวก

ดังนั้นการขายอาหารสุขภาพในตลาดนัด จึงมาเป็นตัวเลือกที่สนใจมากขึ้น โดยทีม SME Frog ได้ทำการสำรวจตลาดยอดนิยมแห่งหนึ่ง จึงได้พบว่าสินค้าประเภทสุขภาพเช่น ไก่ต้ม สลัด กุ้งอบวุ้นเส้นไร้มัน น้ำผลไม้คั้นสด รวมไปถึงสินค้ายอดนิยมอย่าง ซูชิผักนั้นขายดีมากๆ

โดยทีมงานได้ไปรอถึง 30 นาที เพื่อที่จะได้ซื้อเลยทีเดียวครับ เพราะฉะนั้นหากคุณผู้อ่านที่ลังเลเลว่าจะขายอะไรดี แล้วพอรู้จักหรือมีทำเลตลาดนัดน่าสนใจ ท่านอาจลองเลือกขายสินค้าเหล่านี้ดูครับ นอกจากจะไม่ซ้ำกับรายอื่นๆแล้ว ยังให้สุขภาพที่ดีแก่ลูกค้าอีกด้วย

 

สรุปแล้วจะขายอะไรดี

ทั้งหมดนี้ก็คือกลุ่มสินค้าขายดีน่าสนใจที่ SME Frog ได้นำมาฝากในบทความนี้ อย่างไรก็ตามการเลือกสินค้ามาขายนั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละท่าน

 

เพราะไม่มีใครสามารถบอกท่านได้ ว่าขายอะไรดีถึงจะดีที่สุดสำหรับท่านผู้อ่าน เพราะฉะนั้นก่อนคิดจะเริ่มธุรกิจ หรือการขายสินค้าใดๆ ควรศึกษาข้อมูลในด้านต่างๆให้ดีเสียก่อน โดยเรามีแนวคิดง่ายๆมาแนะนำให้ผู้อ่านได้ลองใช้สำหรับการเลือกสินค้าดังนี้

 

เวลา, กำไรต่อชิ้น
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญทีเดียว เพราะสินค้าบางชนิดอาจใช้เวลาทำนาน ในการขายนั้นยังมีขั้นตอนอีกมากไม่ว่าจะเป็น การตอบลูกค้า แพ็คของหรือจัดส่งสินค้า ดังนั้นท่านต้องคำนวนให้ดีว่ามีเวลามากเท่าใด และกำไรต่อชิ้นนั้นจะคุ้มค่าเหนื่อยและเสียเวลาของเราหรือไม่

โอกาสทางธุรกิจ
มีเวลาอย่างเดียว บางครั้งก็ไม่เพียงพอ โอกาสการเติบโตทางธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญ หากท่านมีเพียงแต่เวลา แต่ไม่มีทำเลที่ดี เมื่อเริ่มธุรกิจไปก่อนก็อาจไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นอย่าลืมคิดถึงจุดนี้

การจัดส่ง
การจัดส่งเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับการขายของออนไลน์ หากท่านขายดี แต่ค่าจัดส่งกลับมาเป็นต้นทุนที่สูง ก็ทำให้กำไรหายไปมากโข ยกตัวอย่างสินค้าที่เราได้แนะนำไปข้างต้นเช่น เก้าอี้ กับอาหาร สิ่งของเหล่านี้ต้องใช้การจัดส่งพิเศษ ที่นอกเหนือจาก EMS ของไปรษณีย์ไทย ดังนั้นอย่าลืมหาช่องทางในการส่งอื่นๆ เ่ช่นรถตู้, บขส. โดยเฉพาะกับลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดกับท่าน

ทั้งหมดนี้ก็คือบทความขายอะไรดีของเราในวันนี้ หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้ไอเดียหรือช่องทางทำเงินไปบ้างไม่มากก็น้อยจากบทความนี้

 

ขอบคุณบทความจาก  SME Frog
ขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เนต

Related posts

Leave a Comment

%d bloggers like this: