ลดน้ำหนัก สุขภาพ 

บอกหมดไม่มีกั๊ก6เดือนลด22กก.ลดเองไม่ใช้ยาลดน้ำหนัก/อาหารเสริม ฉันทำได้คุณก็ทำได้

บอกหมดไม่มีกั๊ก6เดือนลด22กก.ลดเองไม่ใช้ยาลดน้ำหนัก/อาหารเสริม ฉันทำได้คุณก็ทำได้
ส่วนสูง166.5 น้ำหนักก่อนลด77กก. ปัจจุบัน55กก.ค่ะ
คุณหมดกำลังใจในการลดความอ้วนรึเปล่า..มาลดไปพร้อมๆกันฉันเถอะค่ะ

ตอนนี้คุณคิดจะลดความอ้วนยังไงกันคะ
งดแป้ง
คุมแคลอรี่
ออกกำลังกาย
ทานอาหารเสริมช่วยลดน้ำหนัก
ใช้สูตรทานอาหาร 3วัน 5วัน 7วัน ลดกี่กิโลบลาๆๆ

หญิงศรี(ขอแทนตัวเองแบบนี้ละกันนะคะ คือชื่ออ้อมมันโหล ชื่อจริง”ศรีธิดา”เพื่อนเลยเรียก”อ้อมศรี” บ้าง “หญิงศรี”บ้าง)ลองมาหมดแล้วค่ะ. แค่ยังไม่เคยทำร้ายตัวเองขนาดกินยาลดความอ้วน
หญิงศรีเป็นนู๋ทดลองให้คุณแล้วแล้วคุณจะเสียเวลาหลงทางทำไมล่ะคะ (ห้ามกินยาลดน้ำหนักนะขอบอก แล้วก็อย่าไปเปลืองสตุ๊งสตางค์กับอาหารเสริมแพงๆเลย เอาตังค์ไปหม่ำอาหารคลีนๆดีกว่า)
แต่ก็ไม่ได้บอกว่าสิ่งที่เราทำแล้วกำลังจะบอกมันถูกทั้งหมดนะคะ ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ แค่อยากแชร์ อย่างน้อยก็ทำให้คุณมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น
มาดูรูปก่อนและหลังกันค่ะ

ตอนนี้ถือว่ายังไม่ดูหุ่นดีอะไร กำลังอวบๆ(คิดเอง55+) แต่ก็ดีกว่าเดิมค่ะ มีเป้าหมายจะฟิตมากกว่าเดิมขอให้ลงอีก 5 กิโล อยากมีกล้ามน้อยๆ อยากใส่เสื้อผ้าsize M (ก่อนหน้านี้2XL) และเปลี่ยนนิสัยการกินให้เป็นแบบนี้ตลอดไปค่ะ
อยากลดให้ได้ผล
มาบอกเป็นข้อๆเลยละกัน
ข้อ1)หาสาเหตุแรงกระตุ้น ปัจจัย/กำลังใจที่จะลด. เช่น แฟนทิ้ง,เพื่อนล้อ,แอบชอบเค้าแต่ไม่กล้าแสดงออกเพราะอ้วน ไม่มั่นใจ,จะแต่งงานในเวลาอันใกล้ บลาๆๆ
ข้อ2)ที่ต้องทำในการลดความอ้วนต่อมาคือ
กำหนดเป้าหมายค่ะ >>เช่น
ฉันจะลด 15 กิโลภายใน 4 เดือน
ฉันจะเอาห่วงยางตรงเอวออก 3 นิ้ว ภายใน??
กำหนดให้ทำได้จริงนะคะ อย่าเวิ้อร์เกินไป อย่าน้อยเกินไป
ข้อ3). ลงมือทำค่ะ.
มาดูกันว่าเราควรกินวันละกี่แคลลอรี่ ตอนนี้คุณกินเกินร่างกายต้องการรึเปล่า ถ้าเกินก็สะสมสิคะ
สูตรคำนวณ แคลอรี่

3.1.คำนวณพลังงานที่ใช้ต่อวันในภาวะร่างกายปกติ ด้วยสูตร BMR
ในภาวะปกติถ้าเราอยู่เฉยๆ เพียงแค่เดินไปเดินมา นั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสือ ดูทีวี ร่างกายเราจะใช้พลังงานประมาณ 1600-2400 แคลอรี่ โดยขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ส่วนสูง อายุ เพศ และโครงสร้างของร่างกาย เรียกการใช้พลังงานในภาวะปกตินี้ว่า Basal Metabolism Rate (BMR) โดยมีสูตรดังนี้

สำหรับผู้ชาย BMR = 66 + (13.7 x น้ำหนักตัวเป็น กก.) + (5 x ส่วนสูงเป็น ซม.) – (6.8 x อายุ)

สำหรับผู้หญิง BMR = 665 + (9.6 x น้ำหนักตัวเป็น กก.) + (1.8 x ส่วนสูงเป็น ซม.) – (4.7 x อายุ)

ตัวอย่างเช่น ผู้หญิง อายุ 35 ปี ส่วนสูง 165 ซม. น้ำหนัก 60 กก.
BMR จะเท่ากับ 665 + (9.6 x 60) + (1.8 x 165) – (4.7 x 35) = 1373.5 แคลอรี่

3.2.คำนวณพลังงานที่ใช้เมื่อมีการทำกิจกรรมเพิ่มเติมในแต่ละวัน
เมื่อเราทราบพลังงานที่เราใช้ในภาวะปกติทั่วไปต่อวันจากค่า BMR แล้วหากเรามีกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงาน หรือกิจกรรมการออกกำลังกายเพิ่มเติม ร่างกายก็จะมีการเผาผลาญพลังงานเืพื่อนำมาใช้มากขึ้น ซึ่งเราสามารถคำนวณพลังงานที่เราใช้เมื่อมีกิจกรรมเพิ่มเติมได้จากสูตรดัง ต่อไปนี้

3.2.1 นั่งทำงานอยู่กับที่ และไม่ได้ออกกำลังกายเลย = BMR x 1.2
3.2.2 ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเล็กน้อย ประมาณอาทิตย์ละ 1-3 วัน = BMR x 1.375
3.2.3 ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาปานกลาง ประมาณอาทิตย์ละ 3-5 วัน = BMR x 1.55
3.2.4 ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนัก ประมาณอาทิตย์ละ 6-7 วัน = BMR x 1.725
3.2.5 ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนักทุกวันเช้าเย็น = BMR x 1.725
ตัวอย่างเช่น BMR ของคุณ = 1502.9 คุณเป็นคนออกกำลังกายเล็กน้อย ก็เอา BMR x 1.375

นั่นคือปริมาณ แคลอรี่ที่คุณต้องการต่อหนึ่งวัน คือ 1502.9 x 1.375 = 2066.49 แคลอรี่

ดังนั้นเพื่อที่จะลดน้ำหนัก หรือควบคุมน้ำหนัก เราก็ไม่ควรทานอาหารมากเกินกว่าปริมาณแคลอรี่ ที่ร่างกายเราต้องการต่อวันนะจ๊ะ (^0^)

ขอบคุณที่มา http://www.wichitra.com

ส่วนแคลอรี่อาหารปกติแค่เราเสียเวลา1นาที พิมชื่อตามด้วยคำว่า แคลอรี่ ในgoogle ก็รู้แล้วค่ะ ว่าที่เราจะกินแคลอรี่เท่าไหร่ หรือเอาตัวอย่างมาให้ดูตามเวป

http://kcal.memo8.com/food-calorie-table/
(แต่ถ้าทำไปนานๆ อาหารที่เราชอบเราจะกะแคลอรี่ได้/จำได้ค่ะ)

-งดของทอด/อาหารมันๆ
-ใส่ใจเรื่องแคลอรี่อาหารที่กิน
-ทานแป้งให้น้อยลง อธิบายง่ายๆว่าทำไมกินแป้งถึงอ้วน. กินเข้าไปใช้เวลาย่อยเร็วมาก(ย่อยตั้งแต่เคี้ยวในปาก) แน่นอนร่างกายก็เอาไปเก็บสะสมได้เร็ว. ถ้าชอบกินคาร์โบไฮเดรตหันมากินพวกขนมปังโฮลวีตดีกว่า (เราก็เป็นคนนึงที่ติดขนมปัง….ฟาร์มเฮาท์โฮลวีตช่วยชีวิตตอน2เดือนแรกตอนนี้ติดยี่ห้อ คิวบิค เพราะคลีนกว่า ดีกว่า ^^

-งดน้ำอัดลม/น้ำหวาน รวมทั้งน้ำผลไม้ รู้ไหมว่าน้ำส้ม1แก้วมาจากส้ม4-5ลูก ซึ่งจริงๆถ้าเรากินส้มทั้งลูก4-5ลูกเราก็อิ่ม แต่กินน้ำส้มไม่อิ่มแต่ได้แคลอรี่เท่ากันจร้า
-ออกกำลังกายช่วยได้ที่สุด ช่วยให้ระบบเผาผลาญดีขึ้นด้วยนะเออ
-อย่ากินต่ำกว่า900แคลลอรี่เด็ดขาด ระบบเผาผลาญจะเข้าสู่ ภาวะเผาผลาญต่ำทันที อาการจะมึนหัว อ่อนแรง อิดโรย บลาๆๆ
-มีสติก่อนกิน. เราลดโดยนับแคลลอรี่ ไม่ใช่ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ก่อนหน้านี้เราไม่มีสติในการกิน หิวก็หิว อยากก็กิน (จริงๆร่างกายอาจจะแค่ต้องการน้ำเปล่า แต่เรากินชาเขียวปั่นใส่วิปครีมราดคาราเมลไรเงี้ย) เพราะฉะนั้นวิธีนี้เลยได้ผลกับเรา เพราะมีสติทุกครั้งที่กิน แต่ไม่ใช่ว่าเราทำวิธีนี้อย่างเดียวเรา ออกกำลังกาย เราลดการกินแป้งอย่างจริงจังด้วยนะ
-นอนเร็วๆค่ะ เผาผลาญดีขึ้นจริงๆ เราจะนอนประมาณ22.00-23.00น.ไม่เกินนี้ค่ะ ความจริงควรนอนตอน3ทุ่มด้วยแต่เราไม่ไหวอ่ะ

ที่สำคัญที่สุด***วินัย*** ทำให้เป็นนิสัย ทำให้สม่ำเสมอ ไม่งั้นอย่ามาถามว่าโยโย่ไหม ยังไงก็โยโย่…เพราะถ้าเราไม่ปรับนิสัยการกินแน่นอนร่างกายก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมหรืออ้วนกว่าเดิม

อย่าขี้เกียจ อย่ารีรอ อย่าพรุ่งนี้ ยิ่งวันนี้ทำงานเหนื่อย/เรียนหนัก ก็ต้องออกกำลังกาย คิดซะวะคลายเครียดไง สู้ๆ เพราะถ้าขี้เกียจนั่นคือยังไงก็ไม่ลดซักที…ต้องคิดว่า ไม่ไหวแล้วจะลดวันนี้ จะทำให้ดีกว่านี้ จะสวย/หล่อกว่านี้ จะมีกล้ามเนื้อมากกว่านี้

ห้ามอดอาหาร หิวก็กิน แต่เลือกกินหน่อยนะ
ห้ามอด!!!!!โดยเฉพาะมื้อเช้าสำคัญมาก เรากินมื้อเช้าตอน6.00-7.30น. มื้อเช้าทำให้เราเผาผลาญดีท่องไว้ค่ะ

อย่าหักโหมนะคะ..จริงๆที่เราต้องเป้าไว้15กก.ใน5เดือน แต่ว่าร่างกายกลับลดได้เร็วกว่าน่ะค่ะ เลยมาแชร์
ตอนอ้วนๆมัน เปนงี้ แหละเทอ แถมยังคิดว่าตัวเองหน้าสวย คิดเองเออเอง แก้มจะแตกออกมาแล้วว 55+

ตอน59ค่ะ

อันนี้ปัจจุบัน

ขอบคุณข้อมูล

สมาชิกหมายเลข 1060686

Related posts

Leave a Comment

%d bloggers like this: