ลดน้ำหนัก 

ประสบการณ์ลดน้ำหนัก จาก 104kg เหลือ 72kg ในระยะเวลา 9เดือน และรีวิวเทรนเนอร์ออนไลน์

สวัสดีค่ะ ขอออกตัวก่อนเลยว่า ทุกอย่างที่พิมในกระทู้เป็นสิ่งที่ทำจริง ผ่านมาจริงทุกอย่างเลย เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ของตัวเองให้เพื่อนๆได้รู้ค่ะ

เราเป็นคนที่อ้วนมาตั้งแต่สมัยม.ต้นค่ะ ด้วยความที่กินเก่ง ไม่ชอบออกกำลังกาย มีความสุขกับการกินมาก ขออร่อยมันเยอะเกินไป!! T^T กินทุกอย่างที่อยากกิน ตามใจปากสุดๆ จนกระทั่ง ตอนมหาลัย น้ำหนักประมาณ 94 กิโลกรัม รู้สึกว่าไม่ไหวแล้วว อยากลดน้ำหนัก เพราะกำลังจะรับปริญญาค่ะ แต่!!!อนิจจาก็ไม่ได้คิดจะลดอาหาร หรือออกกำลังกายนะคะ เพราะชอบความสบาย(ไม่ดีเลยนะ)
เลยไปเลือกที่จะพึ่งยาลดน้ำหนักของโรงพยาบาลดังที่นึง กินไปก็ลดจริงๆนะ จาก94กิโลกรัม เหลือประมาณ 85 กิโลกรัมได้ค่ะ
ก็ใส่ชุดรับปริญญาได้สมใจ (ที่เคยตัดไว้เมื่อตอนปี1ค่ะ)

 

ช่วงนี้คือลดจาก94เหลือ 85เพราะกินยาลดความอ้วนค่ะน้ำหนักลดเยอะ แต่สัดส่วนลดบ้างนิดหน่อยแต่ไม่เยอะค่ะ
แต่ตอนนั้นพอใจกับตัวเลขบนตราชั่งเนอะ มโนว่าก็โอเคแล้วไง ก็กินตามใจปากต่อไปจ้าาาา

 

หลังจากนั้น…… ก็กินอย่างมีความสุขไม่หยุดปากก(ห้ามยากจริมๆ) ประกอบกับอกหัก ยัดทุกอย่างที่ขวางหน้า ผ่านไปเรื่อยๆ ผะผ่างงงงงง สวัสดีแม่หญิง 100โล น้ำหนักเด้งมาที่ 104 กิโลกรัมค่าา(ถ้าขายเนื้อหมูได้นี่รวยเลยจ้าา) เสื้อผ้าก็หายากราคาก็แสนแพง คงคอนเซ็ป กว่าจาอ้วนได้นี่ลงทุนไปเป็นล้านนค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้าแพงอลังมาก ตัวที่อยากได้ก็ไม่มีไซส์ ตะเตือนไตหนักหนาสาหัส

 

 

 

 

บุฟเฟ่จัดหนัก จัดแน่น ขนมไม่มีหยุดยั้ง อร่อยดีนะ กินซะให้เต็มที่ สุดท้ายสภาพก็…….. นั่นแหละจ้า Hi 100โล
ยืนตราชั่งทีสงสารมันยิ่งนัก กลัวมันพังงงง แถมตอนนั้นทำขนมขายอีกจ้าาา ชิมระนาว ไม่หยุดไม่หย่อน enjoy eatingมากๆๆ

 

ทำขายเกือบทุกวัน ชิมกินเองเกือบทุกวัน!! จนสารร่างเป็นเฉกเช่นนี้จ้าาาาา
พอรู้ว่าน้ำหนักทะลุร้อยแล้ว ช่วงแรกเราก็หาแคร์ไม่ มันไม่มีอะไรให้รู้สึกอย่างทำกินก็สุขขีดีออก ของกินมันฟินนิน่า จนกระทั่งคุณแม่ป่วยเดินไม่ค่อยได้พร้อมจะล้มตลอดเวลา และเป็นอัลไซเมอร์ เบาหวานความดันมาครบ ต้องมีคนดูแลอยู่ด้วยตลอด สลับเวรกัน แล้วประกอบกับเราป่วยบ่อยจนรู้สึกว่า ไม่ได้นะอายุ25ปีเองนะ แต่เป็นขนาดนี้แล้ว เป็นแบบนี้ตัวเองยังดูแลไม่ได้เลย แล้วแม่ละ!! จะดูแลแม่ยังไง หลังจากนั้นก็มีความคิดจะลดน้ำหนักอย่างจริงจังค่ะ แต่ก็ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง เลยคิดๆอยู่ แต่ก็ยังกินอยู่ ฮ่าาาา

 

จนกระทั่งวันนึงลูกพี่ลูกน้องที่สนิทกันมา มาบอกว่านางได้เทรนกับเทรนเนอร์ออนไลน์ ได้ตารางออกกำลังกายมาเปลี่ยนตารางทุก 2สัปดาห์ และให้เราคุมอาหารควบคู่ไปด้วย ถ้าทำตามแบบมีวินัยและตั้งใจได้ผลนะ(คือนางทำมาก่อนแล้ว แล้วได้ผลนางก็มาบอกเราต่อ) เราก็เออดีนะคือไม่มีพื้นออกกำลังกายไม่มีความรู้ การเทรนกับเทรนเนอร์ออนไลน์ก็เป็นทางเลือกที่ดีเลยค่ะ เราก็เลยเลือกที่จะเริ่มต้นเลย เราเทรนกับครูมายด์ค่ะ ขออนุญาตแปะลิ้งและบอกชื่อเพจในตอนท้ายน๊าา

 

พอเริ่มเทรนกับครูมายด์ เราได้ตารางออกกำลังกาย แบบคาดิโอ้ควบคู่กับเวท แล้วก็ได้รับการแนะนำเรื่องอาหารแล้ว สิ่งที่เราทำต่อไปคือ ลงมือทำค่ะ เพราะถ้าได้มาแต่ไม่ทำ มันก้ไม่เห็นผลใดๆเลยเนอะ พอเริ่มทำ โอ๊วโห๊ววววววววววววว บอกได้คำเดียว เหนื่อย!!! เพราะไม่เคยมีความคิดหรือชอบอะไรกับการออกกำลังกายเลย แต่ละวันที่ทำมันเหนื่อยมาก ท้อมาก แต่ก็บอกตัวเองตลอดว่า นี่ทำเพื่อตัวเองนะ ทำร้ายตัวเองมา 25ปี ทำเพื่อตัวเองสักครั้งเถอะ สุดท้าย พอทำได้สัก 3เดือน คือมันดีมากค่ะ ร่างกายดีขึ้น ความอดทน ถึก ในการออกกำลังกายดีขึ้นไม่ลากเลือดแบบตอนแรกแล้ว โดยส่วนตัวเราออกกำลังกายประมาณ 2ชม.ต่อวัน ออก5วันต่อสัปดาห์ค่ะ

รูปนี้คือเพิ่งเริ่มเทรนเดือนแรกเลยค่ะ
ออกกำลังกายควบคุมอาหารครบ 6เดือนค่ะ
รูปนี้คือประมาณ 8เดือนค่ะ
รูปนี้คือเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนค่ะ

นอกจากเรื่องออกกำลังกาย อาหารก็สำคัญมาก เพราะอาหารเป็น 70-80เปอเซ็นในการลดค่ะ ดั่งคำกล่าวที่ว่า ถ้ากินเหมือนเดิมแล้วออกกำลังกาย เราก็จะเป็นหมูน้อยๆที่แข็งแรง ><
เราพยายามเลือกทานอาหารแบบกึ่งคลีนค่ะ คือไม่บีบตัวเองมากไป เรื่อยๆ นี่คือตัวอย่างอาหารของเราน๊าา ส่วนใหญ่ทำเองค่ะ เราแบ่งทานเป็น 4มื้อตามที่เทรนเนอร์แนะนำ เป็นการกระตุ้นระบบเผาผลาญด้วย
มื้อเช้า เราจะเน้นทาน ข้าว โปรตีน เป็นหลัก(มื้อเช้าสำคัญที่สุดเลยน๊าา) ทานก่อน9โมงเช้า
มื้อเที่ยง เน้นทาน ให้ครบ 5หมู่เลย ทานภายใน 13.00น.
มื้อบ่าย เป็นการรองท้องไม่ให้ตอนเย็นโหยมากไป จำพวกนม ผัก ผลไม้ หรือไขมันดี ค่ะ (ช่วง 15.00 – 16.00น.)
มื้อเย็น เน้นเป็นผักกับโปรตีนค่ะ ช่วงเวลา ก่อน 19.00น. แต่ถ้าใครออกกำลังกายช่วงเน้ ตอนเย็นทานแป้งได้น๊า

 

นี่คือตัวอย่างอาหารที่เราทาน คร่าวๆค่ะ

ปัจจุบัน ตอนนี้ออกกำลังกายคุมอาหารมาได้ 9เดือนพอดีในวันนี้ น้ำหนักเหลือ 72 กิโลกรัม เรารู้สึกชีวิตดีขึ้นเยอะจริงๆค่ะ โดยเฉพาะสุขภาพ และพ่อแม่พี่ชายก็สบายใจดีใจที่เราทำได้!! พี่ชายเราบอกว่า แม่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนท้องเรา ฝันถึงอาหมวยน้อยๆถือโคมน่ารัก พอเกิดมาเป็นอาหมวยน้อยๆได้ไม่กี่ปี ก็โดนปีศาจหมูเข้าสิงไม่ยอมออกไปสักที ในที่สุด!! อิเด็กหมวยถือโคมก็กำลังจะกลับมาแล้ว….(ฟังแล้วช่างงง มีความสุขใจ หึหึ)
และเนื่องจากได้มีโอกาสไปตรวจสุขภาพครั้งใหญ่มาก 33รายการ(เหมือนตรวจเช็ครถเลยจ้าา) ตอนนั้นออกกำลังได้ประมาณ เกือบๆ7เดือนค่ะ

ผลออกมาแบบ เห้ยยย มันดีมากจริงๆ หมอทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหมอหัวใจ(เค้าให้เราวิ่งลู่เพื่อเช็คหัวใจ) หรือหมอแผนกอื่นๆ บอกเลยว่า ควรออกกำลังกายต่อไป แบบนี้เรื่อยๆ เพราะเห็นผลชัดเจนมาก และสุดท้ายก็เพื่อตัวเราเองนะจ๊ะ

นี่คือรูปปัจจุบันเราค่ะ ถ่ายเมื่อวานนี้เลย สดๆฮ้อนๆ

สรุปนะจ๊ะสรุป
1. สำหรับการเทรนกับเทรนเนอร์ออนไลน์ สำหรับตัวเรา คือมันดีตอบโจทย์มากกับคนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย อาจจะเพราะเราเจอกับเทรนเนอร์ที่ดีด้วยค่ะ กับครูมายด์เราสามารถสอบถามปรึกษาให้ความรู้ หรือสิ่งที่เราสงสัยได้ คอยเช็คว่าเราทานอะไร โอเคไหม ออกกำลังกายครบไหม รวมถึงเราสามารถบ่นและขอความช่วยเหลือเรื่องต่างๆได้เกี่ยวกับท่าออกกำลังกาย และวิธีออก หรือการรับประทานอาหาร ครูมายด์ให้คำปรึกษาดีค่ะ เป็นกันเองดีด้วย ช่วงไหนเราเผลอกินเยอะเราก็สารภาพไป ประหนึ่งสารภาพบาป ฮ่าาาา อีกอย่างเพจนี้ถึงจะไม่เทรนแต่เข้าไปดูเป็นแนวทางหาความรู้ได้น๊า
นั่นคือเพจ ชุมชนคนสร้างซิกแพ็ค sixpackclub.net ค่ะ

2. การลดน้ำหนักต้องใช้ความอดทน และกำลังใจจริงๆค่ะ แต่ถ้าทำได้ มันก็ดีกับตัวเราเอง ให้คิดเสมอว่าเพื่อตัวเราเอง สุขภาพเราเอง ท้อได้ พักได้ แต่อย่าหยุด เราต้องเริ่มใหม่ตลอด มื้อนี้เผลอทานเยอะ ห้ามคิดว่า เอาเถอะอีกวันนึง ไม่ได้นะ ต้องคิดว่า มื้อนี้กินเยอะแล้ว มื้อต้องไปต้องลดให้มันสมดุลกัน ค่อยๆลดเทำช้าๆ แต่ถึงเส้นชัย ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยนะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกๆคนค่ะ สู้ๆ พอเราทำได้เราจะภูมิใจในตัวเองมากมายเลย โดยส่วนตัวจะทำไปเรื่อยๆค่ะ ไม่ได้กำหนดว่าจะหยุดเมื่อไหร่ ทำไปเรื่อยๆ ถ้าเราทำจนรู้สึกคุ้นเคย ไม่คิดว่ามันคือการบังคับหรือจำใจทำ เราจะรู้สึกสนุกไปกับมัน มีความสุขไปกับมันค่ะ สุดท้ายแล้วจริงๆนะ ถ้าใครสงสัยหรืออยากได้คำปรึกษา ถามได้ค่ะ เราจะตอบในส่วนที่เราทราบค่ะ สู้ๆค่ะทุกคน

**เพิ่มเติม ยาลดน้ำหนักทานถึงมันจะลด แต่ก็ทำลายสุขภาพมากค่ะ น้ำหนักลงแต่แลกมาด้วยอาการหลายอย่าง ซึ่งเป็นผลเสียกับสุขภาพตอนหลัง ระบบเผาผลาญก็เสีย เนื้อก็เหลว ลงแต่น้ำหนักสัดส่วนแทบไม่ขยับ สุดท้าย!! ก็ต้องมาจบที่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายอยู่ดีนะคะ แถมต้องแก้เรื่องระบบเผาผลาญอีก ดังนั้นอย่าทานกันเลยนะคะ ยาลดน้ำหนักน่ะ** เตือนจากใจเพราะเคยลองมาสารพัดค่ะ!!

 

cr. สมาชิกหมายเลข 1582490

Related posts

Leave a Comment

%d bloggers like this: