ลดน้ำหนัก 

สาวเวทเทรนนิ่งช่วยลดน้ำหนัก หลังเฮิร์ตจัดที่ถูกบอกเลิก !

เมื่อความรักที่ฟูมฟักมากกว่า 6 ปีต้องจบลง เธอคนนี้เลยเฮิร์ตหนักและพาตัวเองอ้วนขึ้นถึง 102 กิโลกรัม แต่ในที่สุดก็พบหนทางช่วยลดน้ำหนักได้ ด้วยการยกเวทให้หายเศร้า !

ถึงความรักจะพังก็อย่าให้ตัวเองต้อง “พัง” ตามไปด้วย เหมือนอย่างสาวคนนี้ที่หลังจากเงยหน้าขึ้นมาจากความทุกข์ใจ ก็หันมารักตัวเองอย่างเต็มที่ จนในที่สุดความเศร้าที่เคยมีก็หายไป และยังลดน้ำหนักจนได้รูปร่างที่ไฉไลกลับมา เรามาติดตามเรื่องของเธอคนนี้กันดีกว่า

I lovvveee that people ask me for help with their weight loss goals! I believe in everyone so fucking much it's unbelievable! Like, you don't even realize your own potential!! It's astronomical! 👏🏻✨. But lately I've had people message me asking what my secret is! There is NO secret! Stop eating shit food. If you're inactive and have a sedentary desk job type lifestyle then get moving. The only one stopping YOU from YOUR goals is YOURSELF. Once you get that through your head everything else falls into place. — I get embarrassed by my old photos. Trust me, I do. I don't particularly enjoy posting before and after photos. But I do enjoy helping people…because we are all way too hard on ourselves. To be totally honest with you all, I am very afraid of being judged by my before photos. I still feel like a phony sometimes, especially when I go lifting. There is a small part of me that worries that everyone there will know I'm a fraud. But then I have people asking me for advice and to show them how to lift and I'm like what?! Me?! Seriously? But idk sometimes I see my arms or my butt in the mirror at the gym and then I'm like yeahhh okay I'm a good lil amount of swole. 🤣 — I do know that getting healthier has helped me tremendously in my own confidence. It has without a doubt been the single greatest thing I have done for myself. I was introverted af when I was much heavier. And now I'm talkative, bubbly, open, and I'm not afraid of meeting new people and being in new or difficult situations. I have gotten so used to holding myself accountable and constantly improving that now it's all I know. Every day I think about how I could have made that day better. And I bring those thoughts into tomorrow. 🙂 — If anyone can take anything away from this, just know that people believe in you. Even if you don't believe in yourself, know with absolutely certainty that you can accomplish what you want in life. Whether it be getting an education, overcoming an eating disorder, or being a kinder person. You just have to want it enough. — . . . . #motivation #loveyourself #selflove #beforeandafter #weightloss #weightlosstransformation #weightlossjourney #fitfam #insta

A post shared by Kaitlyn Raquel 🎀 (@kaitlynesse) on

Kaitlyn Raquel สาววัย 25 ปี ถูกหักอกจากคนรักที่คบกันมานาน ตอนนั้นเธอก็เศร้าหนักมาก และมักจะใช้อาหารเป็นตัวช่วยปลอบใจให้รู้สึกดีขึ้น พอรู้ตัวอีกที น้ำหนักตัวเธอก็พุ่งปรี๊ดสุดขีดไปอยู่ที่ 102 กิโลกรัมเรียบร้อย และแค่อ้วนขึ้นยังไม่พอ Kaitlyn ก็รู้ตัวอยู่หน่อย ๆ ด้วยว่าตัวเองมีอาการโรคซึมเศร้า แต่ยิ่งเศร้าเธอก็ยิ่งกิน กิน และกิน จนถึงจุดหนึ่งที่เริ่มไม่ไหว หันมาออกกำลังกายเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่าน

โดยการออกกำลังกายที่ Kaitlyn ลองเป็นอันแรกคือการยกเวท ซึ่งเมื่อยกเวทไปสักพัก เธอกลับรู้สึกดีขึ้นมากทั้งทางร่างกายและจิตใจ มันทำให้เธอรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เธอก็เลยยกเวทไปอีกเรื่อย ๆ จนเป็นกิจวัตรประจำวันไปเลย

หลังจากที่เริ่มติดใจการยกเวทแล้ว Kaitlyn กลายเป็นคนที่ติดฟิสเนตด้วยเลยค่ะ โดยเธอเล่าว่า เธอยกเวทด้วยท่าเรื่อยเปื่อยอยู่เป็นเดือน จนในที่สุดก็ได้เพื่อนมาเทรนท่าเวทเทรนนิ่งใหม่ ๆ ให้ ตอนนั้นเธอเลยเล่นท่า เดดลิฟต์ (deadlifts) และสควอทอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ขยับมาเวทเทรนนิ่งด้วยท่าอื่น ๆ แล้วแต่เพื่อนจะสอน

โดยแรก ๆ Kaitlyn ก็เริ่มยกเวทสัปดาห์ละครั้ง ทำแบบนี้ติดกันประมาณสองเดือน ก็เริ่มขยับมายกเวท 2-3 วันต่อสัปดาห์ กระทั่งทุกวันนี้เธอเล่นเวทเทรนนิ่ง 6 วันต่อสัปดาห์ติดต่อกันมาเป็นปี ๆ แล้ว และก่อนจะเวท เธอจะคาร์ดิโอเพื่อวอร์มอัพก่อนสัก 10 นาที ต่อด้วยเดดลิฟต์และสควอท เพื่อปั้นกล้ามเนื้อให้สตรองอย่างที่สุด !

ส่วนอาหารการกิน Kaitlyn เล่าว่า เธอเคยลองปรับไลฟ์สไตล์แบบชุดใหญ่ไฟกะพริบมาแล้ว เช่น กินคลีน หักดิบอาหารที่เคยกินมาตลอด ทว่าการเปลี่ยนอย่างนั้นมันไม่ได้ผลกับเธอ เธอไม่สามารถอดทนทำต่อไปในระยะยาวได้ สุดท้ายเธอเลยค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ เปลี่ยน โดยหันมากินข้าวโอ๊ต อกไก่ อาหารที่มีโปรตีนสูงให้มากขึ้น รวมทั้งกินผัก-ผลไม้ให้เยอะขึ้นกว่าเดิม ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

 

this is the best pizza 🍕💛 #doughbird #pizza #foodporn

A post shared by Kaitlyn Raquel 🎀 (@kaitlynesse) on

จากวันที่ช้ำหนักจนมาถึงวันนี้ก็ล่วงเลยมาเป็นปี ๆ ค่ะ น้ำหนักตัวที่เคยพุ่งเพราะรักทำพิษก็ลดลงไปถึง 35 กิโลกรัม โดย Kaitlyn เล่าว่า 25 กิโลกรัมแรกที่หายไป อาจเป็นเพราะเธอหยุดกินยาคุมกำเนิดด้วย ทว่าร่างกายที่เฟิร์มขึ้น สัดส่วนของไขมันที่ลดลง และน้ำหนักตัว 67 กิโลกรัมที่ครอบครองอยู่ตอนนี้ เธอยกความดีความชอบให้เวทเทรนนิ่งล้วน ๆ เลย

ตอนนี้ Kaitlyn แฮปปี้ขึ้นมาก รักตัวเองขึ้นเยอะ อาการโรคซึมเศร้าก็ไม่ส่งผลกระทบกับชีวิตมากเท่าไรด้วย จนเราอดชมไม่ได้ว่า แม้อดีตจะเคยพัง แต่ปัจจุบันปังมากจริง ๆ

ภาพจาก อินสตาแกรม kaitlynesse

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
popsugar
อินสตาแกรม kaitlynesse

Related posts

Leave a Comment

%d bloggers like this: