สุขภาพ 

เตือน!! น้ำเต้าหู้ดื่มมากไป อันตรายมาก ก่อโรคร้ายต่อไปนี้

น้ำเต้าหู้ เป็นเครื่องดื่มยอดฮิตที่รู้จักกันมานานตั้งแต่ในสมัยโบราณ ด้วยจุดเด่นเรื่องของความอร่อยควบคู่ไปกับประโยชน์มากมายมหาศาล หนำซ้ำยังเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มได้ทั้งวัน ด้วยความที่เป็นที่นิยมจึงมีให้ดื่มกันได้ทุกที่ทั่วประเทศ แต่จะมีกี่คนกันนะ ที่รู้ถึงข้อดีและข้อเสียของเจ้าน้ำเต้าหู้ เครื่องดื่มยอดนิยมชนิดนี้ มีข้อดีและข้อเสียอย่างไรกัน

ข้อดีของน้ำเต้าหู้

1. สารอาหารมีประโยชน์
ในน้ำเต้าหู้นั้นมีสารอาหารต่างๆ มากมายซึ่งเป็นผลดีต่อร่างกาย ได้แก่
– โปรตีน เมื่อวิเคราะห์ปริมาณโปรตีนแล้ว ในน้ำเต้าหู้มีโปรตีนสูงเทียบเท่าในน้ำนมวัวเลย
– กรดไขมันไม่อิ่มตัว เป็นสารอาหารจำเป็นของร่างกาย ซึ่งพบว่ากรดไขมันส่วนใหญ่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าที่พบในนมวัวเสียอีก

2. ป้องกันโรคมะเร็งเต้านม ป้องกันโรคกระดูกพรุน และแก้ปัญหาวัยทอง
ใน น้ำเต้าหู้มีสารชนิดหนึ่งเรียกว่า “ไฟโตเอสโตรเจน” (Phytoestrogen) ซึ่งมีส่วนในการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิง การรับประทานน้ำเต้าหู้เป็นประจำในปริมาณที่เหมาะสมจึงสามารถลดการเกิด มะเร็งชนิดนี้ลงได้ นอกจากนั้นแล้ว สารไฟโตเอสโตรเจนนี้ยังช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน และลดอาการวิตกกังวลที่อาจเกิดขึ้นได้ในวัยทอง

3. หาง่าย ราคาถูก
น้ำ เต้าหู้สามารถหารับประทานได้ง่าย ที่ไหนก็มีขาย ไม่ว่าจะเป็นตลาด หน้าเซเว่น หรือแม้กระทั่งในร้านสะดวกซื้อ และที่สำคัญยังเป็นอาหารที่มีราคาถูกกว่าเครื่องดื่มโปรตีนอื่นๆอีกด้วย

ข้อเสียของน้ำเต้าหู้

1. เสี่ยงมะเร็ง
หลาย คนอาจสงสัย เมื่อสักครู่ยังบอกว่าน้ำเต้าหู้ช่วยต้านมะเร็งอยู่เลย แล้วทำไมถึงกลายเป็นสารเร่งการเกิดมะเร็งไปได้…คำตอบอยู่ที่….เมื่อคุณรับ ประทานน้ำเต้าหู้มากเกินไป สารไฟโตเอสโตรเจนก็สามารถทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตได้เช่นกัน งานวิจัยนี้กล่าวว่าสารตัวนี้ทำหน้าที่เสมือนเป็นฮอร์โมนในร่างกาย ดังนั้น เมื่อได้รับเข้าไปมากเกินความจำเป็นก็จะเป็นตัวเร่งให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ นั่นเอง

2. เป็นสาวเร็ว
อย่างที่บอกว่าในน้ำเต้าหู้มีฮอร์โมน ที่คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง งานวิจัยชิ้นหนึ่งในจีนจึงศึกษาเรื่องนี้และพบว่า การดื่มน้ำเต้าหู้เป็นประจำจะทำให้เด็กสาวก้าวเข้าสู่วัยรุ่นได้ง่ายมากขึ้น เพราะมีฮอร์โมนเป็นตัวเร่งนั่นเอง

3. อ้วนและเบาหวาน
น้ำ เต้าหู้ส่วนมากมักจะมีส่วนประกอบของน้ำตาลมากเกินไป โดยเหตุผลที่ผู้ผลิตจำเป็นต้องใส่น้ำตาลทรายในระดับที่มาก ก็เพราะต้องการให้รสหวานช่วยกลบกลิ่นเหม็นเขียวจากถั่วเหลืองไปได้ และช่วยให้ดื่มง่าย ไม่สากลิ่น ดังนั้น หากไม่ต้องการอ้วนหรือเป็นโรคเบาหวานเพราะน้ำตาล อย่าลืมบอกคนขายว่า “เอาน้ำเต้าหู้หวานน้อย” นะคะ

ปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้ว่าต้องกิน ไฟโตเอสโตรเจนจำนวนเท่าไหร่ จึงจะป้องกันโรคต่างๆได้ และเชื่อว่าผลของไฟโตเอสโตรเจนในแต่ละคนแตกต่างกันตามชาติพันธุ์ กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม อายุ และการรับประทานอาหาร แต่อย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีประโยชน์และมีโทษควบคู่กันไป เราควรเลือกรับประทานในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ในปริมาณที่พอดีเพื่อสุขภาพร่างกายเราเอง

จะเห็นได้ว่า น้ำเต้าหู้ที่ว่ามีประโยชน์ ถ้าดื่มผิดวิธีก็จะกลายเป็นโทษได้เช่นกัน ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด เราจึงควรบริโภคอาหารทุกอย่างอย่างมีขอบเขต ลองดื่มนมถั่วเหลืองสลับกับนมอื่นๆบ้าง อาจจะเป็นวันเว้นวันหรืออย่างไรก็ได้แล้วแต่คุณสะดวก อย่าติดกับเครื่องดื่มนมเพียงชนิดเดียว ไม่ใช่ว่าอาหารไหนที่คนเขาว่าดี ก็แห่กินให้ได้มากที่สุด เพราะเชื่อเถอะว่าไม่มีอะไรดีที่สุดเสมอไปหรอก

 

ขอบคุณข้อมูล newsza.thaimom

Related posts

Leave a Comment

%d bloggers like this: